Menu Close

เรื่องนี้ต้องบอกต่อ กับความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ 2+

ประกันภัยรถยนต์ 2+ ทีให้บริการที่ครอบคลุม

หลายคนคงจะคุ้นชื่อประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 น้อยคนมากที่จะรู้จักประกันภัยรถยนต์ 2 + หรือประกันรถยนต์ชั้น 2 + แต่ความต่างระหว่างประกันชั้น กับประกันภัยรถยนต์ 2+ จะมีความเหมือนหรือต่างกันตรงไหนบ้าง วันนี้ Roojai ของเราเตรียมข้อมูลในเรื่องนี้มาให้ทุกคนอ่านแล้ว กับรายละเอียดความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ 2 + จะมีส่วนไหนที่คุ้มครองแล้วส่วนไหนที่ไม่คุ้มครองบ้างไปดูพร้อมกันเลย  

ความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ 2+ ที่คุณควรรู้!  

อย่างที่เราทราบกันดีว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นประกันรถที่ให้ความคุ้มครองที่มากที่สุด และยังเป็นประกันรถยนต์ที่เบี้ยประกันแพงที่สุดอีกด้วย ซึ่งทำให้เป็นปัญหาของใครหลายคน เพราะเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายสูงทุกปี ดังนั้นประกันภัยรถยนต์ 2+ จึงเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเบี้ยราคาแพงนั่นเอง เพราะเบี้ยประกันประเภทนี้จะราคาถูกกว่า แต่ความคุ้มครองที่จะได้ไม่ต่างจากประกันรถชั้น 1 เลย ซึ่งความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ 2+ มีดังนี้ 

  • คุ้มครองอุบัติเหตุรถชนรถ ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายผิดหรือคู่กรณีเป็นฝ่ายผิด ประกันภัยรถยนต์ 2+ ทีให้บริการที่ครอบคลุม ก็จะเคลมให้ทั้ง 2 ฝ่ายตามเงื่อนไขที่ประกันระบุไว้ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะสามารถคุยกันได้ง่ายและหายห่วง เพราะประกันภัยรถยนต์ 2+ ให้ความคุ้มครองทั้งสองฝ่ายที่ขับรถ ทุกกรณี 
  • คุ้มครองในกรณีที่รถโดนโจรกรรม ประกันประเภทนี้ก็จะช่วยคุ้มครองในส่วนนี้และชดเชยตามทุนประกันที่เราเลือกไว้ แต่ถ้าเราตั้งใจจอดรถไว้ในพื้นที่เสี่ยง ประกันอาจจะไม่จ่ายค่าชดเชยในส่วนนี้ให้กับคุณ  
  • คุ้มครองในกรณีที่รถยนต์ถูกไฟไหม้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุทำให้รถยนต์ของเราถูกไฟไหม้ ประกันชั้น 2 พลัสก็จะเข้ามาคุ้มครอง 
  • รวมถึงคุ้มครองในกรณีที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เมื่อเกิดอุทกภัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ประกันภัยรถยนต์ 2+ จะเข้ามาคุ้มครองและชดเชยให้เช่นเดียวกัน 
  • ความคุ้มครองอื่นๆที่คุ้มครองเช่นเดียวกับประกันชั้น 1 เช่น อุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาลประกันตัวผู้ขับขี่ ความเสียหายต่อทรัพย์สินจากอุบัติเหตุ เป็นต้น 

ความต่างระหว่างประกันภัยรถยนต์ 2 และ 2+  

โดยหลักแล้วประกันชั้น 2 ให้ความคุ้มครองหลักในเรื่อง ซ่อมรถให้คู่กรณี คุ้มครองรถโดนโจรกรรม คุ้มครองไฟไหม้ แต่ไม่คุ้มครองรถของเราจากเหตุการชน 

ส่วนประกันภัยรถยนต์ 2+ จะให้ความคุ้มครอง ซ่อมรถทั้งของคู่กรณี และรถของเรา คุ้มครองรถชนรถ คุ้มครองรถหาย คุ้มครองรถไฟไหม้ คุ้มครองรถเสียหายในกรณีน้ำท่วม  

ซึ่งจะเห็นได้ว่าประกัน 2+ จะให้ความคุ้มครองที่มากกว่า แต่เบี้ยประกันของ 2+ ก็จะสูงกว่า ประกัน 2 ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ที่ความคุ้มครองมากขึ้นเบี้ยประกันก็มากขึ้นตาม ดังนั้นก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกซื้อประกันรถยนต์สักแผน แนะนำให้สำรวจความต้องการของตัวเองเสียก่อน ว่าต้องการความคุ้มครองที่ครบถ้วน หรือต้องการประหยัดเงินสำหรับทำประกัน หรือหากคุณยังตัดสินใจไม่ได้ สามารถเข้ามาสอบถามกับทาง Roojai ได้เลย ทางเรามีผู้เชี่ยวชาญที่คอยแนะนำเรื่องประกันรถให้กับคุณเสมอ